Samsung เปิดตัว Galaxy S6 และ S6 Edge สีใหม่ พร้อมบอกนิสัยจากสีที่เลือก

2015-05-18-2-samsung-828x420

Samsung ตัดสินใจปล่อย Galaxy S6 และ S6 Edge สีใหม่ โดยจะมี 2 สี คือ S6 สีฟ้า Blue Topaz และ S6 Edge สีเขียว Green Emerald โดยทั้งสองสีนี้มจาก Pantone องค์กรที่เป็นคนกำหนดเทรนด์สียอดนิยมในแต่ละปี ซึ่งสองนี้เป็นสีที่ Pantone วิเคราะห์แล้วว่ามาแรงแน่นอนในฤดูใบไม้ผลิปีนี้

งานนี้ Samsung ดึงตัวนักจิตวิทยาชื่อดัง Donna Dawson มาอธิบายลักษณะนิสัยของคนที่เลือกซื้อ S6/S6 Edge สีใหม่ ไว้ว่า “คนที่เลือก S6 Blue Topaz เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เข้างวดต่อตนเอง และชอบอะไรที่เรียบง่าย ส่วนคนที่เลือก S6 Edge Green Emerald เป็นคนที่รักความวสงบ ชอบความยุติธรรม และต้องการได้รับความยอมรับจากผู้อื่น”

2015-05-18-2-samsung-32015-05-18-2-samsung-4-1142x1024

ส่วนตัวผมมองว่างานนี้ไม่ค่อย Make sense เท่าไหร่ เพราะทั้งสองรุ่นนี้ มีแค่สีเดียว หากผมชอบสีฟ้าแต่อยากได้จอโค้งของ Edge ล่ะ ฟังค์ชั่นที่ผมต้องการได้จากจอโค้งอาจทำให้ผมจำใจยอมใช้สีเขียวก็เป็นได้  มันขึ้นกับว่าตอนซื้อเราเลือกสีหรือเลือกสเปคของโทรศัพท์ก่อน ซึ่งผมว่าสเปคมาก่อนสีนะ ใครสนใจก็อดใจรอสักพัก ซัมซุงประเทศไทยก็น่าจะนำเข้ามาจำหน่ายเช่นเดียวกัน

 

 

ที่มา http://news.thaiware.com/6086.html

Advertisements

ลือ! iPhone ตัวต่อไป อัพกล้อง 12 ล้านพิกเซลแน่นอน

หลังจากที่ปล่อยให้สาวก iPhone เงียบเหงาไปนาน วันนี้มีข่าวลือใหม่ๆ มาอัพเดทให้ฟังกันแล้ว…..หากใครที่เป็นสาวก iPhone คงจะรู้ดีว่า กล้องหลังของ iPhone นั้น หยุดความละเอียดไว้ที่ 8 ล้านพิกเซลมาหลายรุ่นแล้ว แต่ตอนนี้ ได้มีคนออกมาฟันธงว่า iPhone ตัวต่อไป จะมีกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซลแน่นอน
12904-7195-Screen-Shot-2015-05-15-at-93926-AM-l
ผู้ที่ออกมาฟันธงในเรื่องราวนี้ คือ นาย Kevin Wong ตำแหน่ง Chief Executive บริษัท IHS China เขาฟันธงว่า iPhone ตัวต่อไป (ซึ่งหลายๆ เสียงบอกมาว่า น่าจะใช้ชื่อเรียกว่า iPhone 6S) จะมีกล้องที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลอย่างแน่นอน หลังจากที่ทาง Apple หยุดเพิ่มความละเอียดของกล้องหลัง iPhone ไว้ที่ 8 ล้านพิกเซล ตั้งแต่ iPhone 4S เป็นต้นมา แล้วหันไปเห็นความสำคัญของการเพิ่มลูกเล่นให้กล้องแทน ไม่ว่าจะเป็นทั้ง พาโนราม่า, SLO-MO, TIME – LAPSE , เพิ่มค่ารูรับแสง เป็นต้น แต่การที่ iPhone ตัวใหม่จะมีกล้องหลังถึง 12 ล้านพิกเซล ก็จะมีข้อเสียตามมาด้วยนั้นคือ จะได้ขนาดของแต่ละพิกเซลเล็กลง ซึ่งส่งผลทำให้ถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยได้ไม่มี มีNoise รบกวนมากขึ้นนั่นเอง
ก็คงต้องรอดูกันต่อไปนะครับ ว่าทางผู้ผลิตเขาอยากให้ iPhone ตัวต่อไปนั้นไปในทิศทางไหน ส่วนผู้ใช้งานอย่างเราๆ ก็คงต้องติดตามรอดูกันต่อไป
ที่มา http://news.thaiware.com/6090.html

ดีแทคเปิดตัว Eagle X สมาร์ทโฟน 4G เหนือกว่าทุกคุณสมบัติ ในราคาสุดประหยัด

ดีแทคเปิดตัวดีแทคโฟนรุ่นใหม่ “อีเกิ้ล เอ็กซ์” (Eagle X) เจาะตลาดสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 4G ด้วยราคาเพียง 5,990 บาท ตอกย้ำจุดขาย “ความสมบูรณ์แบบ ในราคาแค่เอื้อม” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานโมบายดาต้าให้กับลูกค้าทั่วประเทศให้ได้รับประโยชน์สูงสุดในการใช้งานบนสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด พร้อมรองรับโครงข่าย 4G ที่พร้อมให้บริการครอบคลุมแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และกว่า 40 จังหวัด ทั่วประเทศ

นางสาวปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า จากที่ได้มีการเปิดตัวดีแทคโฟน 3 รุ่น คือ “อีเกิ้ล รุ่น 5.0” , “อีเกิ้ล รุ่น 4.5” และ “โจอี้ ฟิต 2รุ่น 4.0” ที่มีการปรับโฉมเครื่องให้ดูมีความสวยงามพร้อมเพิ่มคุณสมบัติมากขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีในช่วงเวลาที่วางจำหน่ายในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งดีแทคได้เล็งเห็นว่าตลาดปัจจุบันมีความต้องการสมาร์ทโฟนที่ใช้งานง่ายในราคาคุ้มค่า สอดคล้องกับการขยายตัวของดีแทค 4G ที่ปัจจุบันครอบคลุมมากกว่า 40 จังหวัด ทั่วประเทศ

EAGLE X BOX&Phone
เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งาน 4G ได้ง่ายและสะดวกขึ้น จึงนับเป็นครั้งแรกที่ดีแทคได้พัฒนาสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 4G เพื่อให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้สัมผัสกับความเร็วของดีแทค 4G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นด้วยการใช้งานผ่านระบบ 4G โดย อีเกิ้ล เอ็กซ์ ได้เปิดตัวในราคาเพียงเครื่องละ 5,990 บาท ภายใต้การออกแบบที่ทันสมัย สีซิลเวอร์ บางเฉียบเพียง 7.7 มิลลิเมตร หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.0 นิ้ว HD in-cell IPS ระบบประมวลผล Qualcomm Snapdragon 410 Quad core 1.2GHz พร้อมรองรับ 4G ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ใหม่ล่าสุด พร้อม MiFlavor UI ง่ายต่อการใช้งาน  กล้องหลังคมชัดด้วยความละเอียด 8MP พร้อมเซ็นเซอร์จาก Toshiba และ LED Flash กล้องหน้าความละเอียด 5MP พร้อมเซ็นเซอร์จาก Samsung ซึ่งเซ็นเซอร์กล้องทั้ง 2 แบรนด์เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพระดับโลก

โดยครั้งนี้ดีแทคไว้วางใจให้ บริษัท แซดทีอี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์รายใหญ่ของโลกเป็นผู้ผลิตดีแทคโฟนรุ่น “อีเกิ้ล เอ็กซ์” นี้ ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพสูงและจะได้ใช้คู่ไปกับโปรโมชั่นที่คุ้มค่าเกินกว่าราคาเครื่องแน่นอน

พิเศษ ! โปรโมชั่นสุดคุ้มสำหรับลูกค้ารายเดือน เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน หรือลูกค้าใหม่ รับส่วนลดค่าบริการรายเดือนสูงสุดถึง 3,600 บาท และสามารถรับสิทธิ์ผ่อนค่าเครื่องได้ 0% นาน 20 เดือน เมื่อซื้อดีแทคโฟนรุ่น “อีเกิ้ล เอ็กซ์” และสมัครแพ็กเกจ Love & Roll เน็ต 4G/3G แรงไม่ลดสปีด ใช้เน็ตไม่หมด ทบไปเดือนหน้าได้

eagle x (4)

สำหรับลูกค้าที่สนใจดีแทคโฟนรุ่น “อีเกิ้ล เอ็กซ์”  มีวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ และ dtac online store พร้อมสบายใจได้บริการรับเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 7 วัน และมีการรับประกันเครื่องมากกว่านานถึง 15 เดือน ตลอดจนบริการหลังการขายกับ ศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.dtac.co.th

dtac EagleX

 

 

 

ที่มา http://news.thaiware.com/6100.html

รู้จัก UX 4.0 อินเตอร์เฟซอัจฉริยะจาก LG บนสมาร์ทโฟนเรือธง LG G4

2015-05-13_133006

เรียกได้ว่า LG ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องให้ตอบสนองการใช้งานของเหล่าผู้ใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากดีไซน์ของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่สวยงามน่าใช้แล้ว User Interface ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทาง LG ได้ให้ความสำคัญ โดยได้เน้นไปในส่วนการใช้งานที่ให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานเป็นที่สุด
ซึ่ง User Interface ของ LG นี้มีชื่อว่า UX โดยสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้อินเตอร์เฟซ UX เวอร์ชั่นแรกหรือ UX 1.0 นี้ ก็คือรุ่น Optimus G สมาร์ทโฟนเรือธงจากทาง LG ที่ออกวางจำหน่ายในปี 2012 นั่นเอง ซึ่งล่าสุดอินเตอร์เฟซ UX นี้ ได้เดินทางมาถึงเวอร์ชั่น 4.0 แล้ว โดยมีรายละเอียดแต่ละเวอร์ชั่น ดังนี้
Version Main Features User Benefit
UX 1.0 Quick Memo, QSlide ช่วยการจัดการที่ได้ผล
UX 2.0 KnockON, KnockCodeTM ความสะดวกสบายที่มากกว่า
UX 3.0 Gesture Shot, Touch & Shoot การใช้งานที่เรียบง่าย
UX 4.0 Camera Manual Mode, Smart Notice เข้าถึงผู้ใช้งานได้ใกล้ชิดขึ้น

ใน UX 4.0 นี้ ก็ได้เพิ่มอีกหลายฟังก์ชั่นที่ลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความสะดวกสบาย และเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งมีดังนี้

2015-05-14_182325

Smart Bulletin – รวม Widget ทั้งหมดไว้ในหน้าเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเปิดหาได้อย่างสะดวกสบาย

2015-05-14_182058

Camera – โหมดกล้องหลายรูปแบบที่รองรับ ผู้ใช้งานตั้งแต่ระดับมือใหม่ จนถึงระดับโปร ซึ่งจะมีทั้งโหมด Simple, Basic และ Manual โดยโหมด Simple จะเป็นการตั้งค่ากล้องแบบอัตโนมัติ แต่ยังให้ภาพที่สวยงาม โหมด Basic ที่สามารถตั้งค่ากล้องได้เล็กน้อย และโหมด Manual ที่ให้ตากล้องสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ด้วยการปรับค่ากล้องอย่างเต็มที่

2015-05-14_182136

Calendar – เพิ่มการทำตารางนัดหมาย หรือแจ้งเตือนด้วยการลากกิจกรรมต่างๆ บนสื่อโซเชียล มาไว้บนตารางได้เลย ไม่ต้องทำการบันทึกนัดหมายเองด้วยการพิมพ์ให้ยุ่งยากมากขึ้น

2015-05-14_183640

Quick Shot – การเก็บภาพอย่างรวดเร็ว แม้หน้าจอสมาร์ทโฟนสลีปอยู่ ด้วยการกดปุ่มด้านหลัง 2 ครั้ง ทำให้ไม่พลาดทุกช็อตเด็ดในชีวิต

2015-05-14_184330

Smart Notice – แจ้งเตือนอัจฉริยะใหม่ ที่รู้ถึงชีวิตประจำวันของผู้ใช้ สร้างการแจ้งเตือนที่มีลักษณะเฉพาะตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้นั้นๆ ให้ความเป็นกันเองมากขึ้น

2015-05-14_184728

Gallery – อัพเกรดคลังภาพให้สามารถสร้างอัลบั้มและบันทึกข้อมูลทั้งเวลาและสถานที่ที่ทำการถ่ายภาพต่างๆ ไว้ เก็บไว้เป็นความทรงจำ

2015-05-14_184914

Ringtone ID – ฟังก์ชั่นที่จัดการตั้งเสียงเรียกเข้าให้กับเบอร์โปรดที่แตกต่างกันโดยอัตโนมัติ ให้คุณได้รู้ว่าคนที่โทรมาเป็นเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ ได้จากเสียงเรียกเข้านั่นเอง

ซึ่งอินเตอร์เฟซล่าสุดอย่าง UX 4.0 ของทาง LG นี้ ได้ถูกนำไปใช้บนสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง LG G4 เครื่องหรูบนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ซึ่งเพื่อนๆ สามารถไปตัวเครื่องกันต่อได้ในลิ้ง http://www.lg.com/th/mobile-phone/lg-H818P

และวีดิโอต่อไปนี้เป็นการโชว์ฟังก์ชั่นทั้งหมดของอินเตอร์เฟซ UX จากทาง LG ลองไปรับชมกันดูได้เลย


วิดีโอประกอบจาก Youtube
ที่มา http://news.thaiware.com/6059.html

มือถือ 13 รุ่น ที่พลิกโฉมโลกใบนี้

กว่าจะมาเป็นสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นมาได้แบบในทันทีหรอกนะครับ แต่เกิดจากการสั่งสมเทคโนโลยีมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตนับ 10 ปี ซึ่งก็มีโทรศัพท์ออกมามากมายหลายรุ่น วันนี้เราจะอยากจะพาทุกท่านย้อนอดีตกันสักหน่อย ไปทำความรู้จักกับโทรศัพท์มือถือที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเทคโนโลยีกัน


1. Motorola Startac โทรศัพท์พับได้เครื่องแรกของโลก

2015-05-25_162752

ในปี 1990 Motorola ผลิตมือถือรุ่น Dynatac 8000x โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่ผลิตขายให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งมือถือสามารถผลิตจนมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาพอที่จะพกพาได้ (Dynatac มีน้ำหนัก 1.13 กิโลกรัม วางจำหนายในราคา $3,995)

แต่ในปี 1996 Motorola ได้พลิกโฉมโลกมือถือด้วยการเปิดตัว StarTac โทรศัพท์แบบฝาพับเครื่องแรกของโลก มีขนาดและน้ำหนักที่เล็กกว่ามาก เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ของคู่แข่ง ณ เวลานั้น สามารถเก็บเบอร์โทรศัพท์ได้มากถึง 99 เบอร์ และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง


2. Nokia 9000 โทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ดเครื่องแรกของโลก

2015-05-25_164029

Nokia อดีตยักษ์ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้พ่ายไปแล้ว ในปี 1996 ได้เปิดตัว Nokia 9000 โทรศัพท์เครื่องแรกที่มีคีย์บอร์ดในตัว  และเป็นหนึ่งในต้นตระกูลของสมาร์ทโฟนในยุคเริ่มต้น มันสามารถรับส่งอีเมลล์ และท่องเว็บได้ด้วย เทคโนโลยี T9 ที่ช่วยพิมพ์ก็เริ่มมาจากเจ้ารุ่นนี้นี่แหละ

Nokia 9000 ใช้ระบบปฏิบัติการ GEOS 3.0 ขับเคลื่อนด้วยชิพ Intel 24MHz i386 หน่วยความจำภายใน 8MB แบ่งเป็นแอพพลิคชั่น 4MB รันโปรแกรม 2MB และเก็บข้อมูลส่วนตัวอีก 2MB


3. Nokia 5110 โทรศัพท์ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้

2015-05-25_170649

Nokia 5110 (หรือที่เรียกกันว่า 5190) เป็นโทรศัพท์แบบ GSM ที่นิยมใช้กันอย่างทั่วโลก เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของใครหลายๆ คน วางจำหน่ายในยเดือนมีนาคม ปี 1998 เป็นรุ่นคลาสสิคที่ใช้งานง่าย แบตเตอรี่อึดมาก และทนทาน จนหลายคนถึงกับแซวว่าไม่มีวันพัง ไม่ว่าจะตกพื้น หรือตกน้ำ ยุคนั้นใครไม่ใช้ Nokia 3210 ก็จะนิยมใช้รุ่นนี้นี่แหละ


4. Sharp J-SH04 โทรศัพท์เครื่องแรกที่สามารถถ่ายรูปและส่งไปให้เครื่องอื่นได้

2015-05-25_171050

โทรศัพท์เครื่องแรกที่ถ่ายรูปได้คือ Sanyo SCH-V200 แต่เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนำรูปลงไปดูในคอมพิวเตอร์ แต่ ในปี 2000 Sharp J-SH04 เป็นโทรศัพท์รุ่นถัดมา มีกล้องความละเอียด 0.1MP ผู้ใช้สามารถส่งรูปไปยังโทรศัพท์เครื่องอื่นได้ด้วย


5. BlackBerry 6210 สมาร์ทโฟนยุคแรกที่นักธุรกิจต้องมี

2015-05-25_173053

BlackBerry (หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ RIM) แม้จะไม่ใช่โทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ดเครื่องแรกของโลก แต่ก็เป็นเครื่องแรกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในวงการธุรกิจ ในอดีตทุกสำนักงานจะต้องมี BlackBerry อย่างน้อย 1 เครื่อง

และรุ่นที่น่าจดจำที่สุด คือ BlackBerry 6210 (หรือที่เรียกกว่า Quark) เป็นรุ่นที่มีไมค์และสำโพง Speaker ในตัว มีคุณสมบัติโดดเด่นอย่างการเช็คอีเมลล์และโปรแกรมแชทอย่าง BlackBerry Messenger  แถมด้วยปุ่ม Scroll Wheel สำหรับเลื่อนเมนู


6. Motorola Razr V3 โทรศัพท์ที่บางและสวยที่สุดในโลก
702_v3plata

ในปี 2004 ไม่มีโทรศัพท์เครื่องไหนที่จะสวยไปกว่า Motorola V3 ใครหยิบขึ้นมาใช้นี่ เรียกได้ว่ามองกันทุกคน บางมากในยุคนั้น และดีไซน์มาได้อย่างหรูหรา ประสบความสำเร็จอย่างสูง Motorola ขายมันไปได้มากกว่า 130 ล้านเครื่อง


7. Palm Treo 650 สมาร์ทโฟนเครื่องแรกสำหรับบุคคลทั่วไป

 

repuesto-para-palm-treo-650-600-800w-parlante-1642-MLU27299424_6786-F

ในปี 2004 ตอนที่ Palm วางจำหน่าย Treo 650 BlackBerry ได้ครอบครองตลาดกลุ่มลูกค้าธุรกิจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Treo 650 จึงออกมาโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา และ Treo 650 เป็นรุ่นที่คนนิยมเป็นอย่างมาก

Palm Treo 650 ใช้ระบบปฏิบัติการ Palm OS (ภายหลังมีรุ่นที่ใช้ Windows Mobile ออกมา) สามารถรับส่งอีเมลล์ และทำงานนัดหมายทั่วไปได้เป็นอย่างดี รวมถึงการท่องเว็บ, กล้องถ่ายรูป, ฟังเพลงและเล่นวิดีโอ


8. LG KE850 Prada โทรศัพท์เครื่องแรกที่ใช้หน้าจอ Capacitive touchscreen

lg_prada_ke850small_

LG KE850 หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า LG Prada เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive touchscreen ทำให้ทัชได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้ปากกา Stylus นั่นหมายความว่าสามารถใช้งานลูกเล่นผ่านนิ้วมืออย่าง Multi-touch gestures ได้ด้วยนั่นเอง


9. iPhone มือถือที่ปฏิวัติการออกแบบและการใช้งานมือถือไปตลอดกาล

2015-05-25_183521

ทันทีที่ Apple เปิดตัว iPhone โลกของการใช้งานโทรศัพท์ไปตลอดกาล และทำให้สมาร์ทโฟนได้รับความนิยม ไม่ได้จำกัดแค่ในแวดวงธุรกิจเหมือนกับในอดีต มีฟีเจอร์มากมาย อย่างการใช้ Photo message รองรับการใช้งาน 3G เทคโนโลยีที่ออกมาทิ้งห่างคู่แข่งอย่างไม่ติดฝุ่นเลยทีเดียว


10. HTC Dream แอนดรอยส์เครื่องแรกของโลก

HTC-Dream-704

HTC Dream เป็นแอนดรอยส์โฟนเครื่องแรกของโลก เป็นรุ่นที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ และการทำงานที่ไม่เสถียร แต่อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นจุดดำเนิดของ 2 ระบบปฏิบัติการระหว่าง iOS กับ Android


11. Samsung SCH-R900 โทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่รองรับการใช้งาน 4G LTE

 

2015-05-25_184142

น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือมีโอกาสได้สัมผัสกัับโทรศัพท์เครื่องนี้ Samsung SCH-R900 เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่รองรับเครือข่าย LTE ผ่านเครือข่าย WiMax ผลิตออกมาตั้งแต่ที่การให้บริการ 4G ยังไม่ได้รับความนิยม

วางจำหน่ายในอเมริกาผ่านเครือข่าย MetroOCS เท่านั้น ที่สำคัญมันไม่ใช่สมาร์ทโฟน และซีพียูก็ทำงานได้ช้ามาก แต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็น LTE เครื่องแรกนะ


12. Samsung Galaxy Note การกลับมาของ Stylus และกำเนิด Phablet

T11816771-0

สตีฟ จอบส์ เคยกล่าวว่าการใช้ปากกา Stylus บนโทรศัพท์เป็นเรื่องล้าสมัย แต่ Samsung ไม่คิดเช่นนั้นและเข็น Galaxy Note ออกมา

Note รุ่นแรกมีหน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว มาพร้อมปากกาอัจจฉริยะ และเกิดศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า Phablet


13. Samsung Galaxy S3 แอนดรอยส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

fullType1

Galaxy S3 ไม่ใช่แอนดรอยส์โฟนรุ่นแรกในตระกูล Galaxy แต่ว่า Galaxy S3 มีความน่าจดจำในฐานะแอนดรอยสืโฟนที่ทรงพลังมากที่สุดและสมบูรณ์แบบมาก (ในเวลานั้น) ทำยอดขายได้สูงมากทั่วโลก และอีกหนึ่งเรื่องที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ คือ เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามลิขสิทธิ์ระหว่าง Apple กับ Samsung อีกด้วย

 

 

ที่มา http://news.thaiware.com/6126.html

เปิดตัวแล้ว S6 Edge รุ่นพิเศษ Iron Man Editions สีแดงทองสุดเท่

Galaxy-S6-edge-Iron-Man-Limited-Edition

หลายคนอาจจะพอทราบมาบ้างว่า Samsung เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนในการสร้างหนัง Avengers เพื่อให้สินค้าของตนได้ไปปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ จึงไม่น่าแปลกใจหากซัมซุงจะผลิต Galalxy S6 Edge รุ่นพิเศษ ธีมหนัง Avengers ออกมาจำหน่าย

หลังจากที่มีข่าวว่ากำลังซุ่มทำ S6 Edge Iron Man ตอนนี้ Samsung ก็เปิดตัวออกมาให้ยดโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ ตัวเครื่องประกอบไปด้วยสีแดงและทองดูหรูหรา พร้อม ROM ที่ปรับแต่งมาแบบพิเศษ (แค่ธีมน่ะแหละ) ไม่มี J.A.R.V.I.S. แต่มี Google Now ให้ใช้ ในกล่องจะแถมแท่นชาร์จไร้สายแบบเตาปฏิกรณ์ Arc reactor สุดเท่ไปให้ใช้งานด้วย

เรื่องเศร้า คือ Samsung จะวางจำหน่ายแค่ในประเทสเกาหลีใต้เท่านั้น ในวันที่ 27 พฤษภาคม และจะขายที่จีนกับฮ่องกงในเดือนมิถุนายน ส่วนประเทศอื่นไม่มีข่าวว่าจะวางขาย

 

 

ที่มา http://news.thaiware.com/6137.html

Sharp เปิดตัว AQUOS สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ถ่ายวิดีโอแบบ Slo-Mo ได้ถึง 2100fps

สมัยก่อนการถ่ายวิดัโอแบบ Slow motion เป็นคุณสมบัติบนกล้องดิจิตอลบางรุ่นเท่านั้นที่จะทำได้ จนกระทั่ง Apple หยิบมันมาใส่ในกล้องของ iPhone 5s หลังจากนั้น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นจึงหยิบฟีเจอร์นี้มาใส่ในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของตนเองบ้าง

ล่าสุด Sharp ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยอดนิยมในญี่ปุ่น (แต่ไม่นิยมในไทย) ได้เปิดตัว AQUOS รุ่นใหม่ ที่สามารถ่าย Slow motion ได้ที่เฟรมเรทสูงถึง 2,100fps เลยทีเดียว

softbank-304sh-sharp-aquas-xx-omega-gadget-7

Sharp AQUOS รุ่นใหม่ สามารถ่ายวิดีโอแบบ Slow motion ได้ที่ 210fps เมื่อตั้งความละเเอียดไว้ที่ 854×480 พิกเซล และ 120fps ที่ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากที่ iPhone 6 ทำได้มากนัก

แต่ทว่า Sharp ได้เพิ่มฟังค์ชั่นที่เรียกว่า Frame compensation technology ซึ่งจะช่วยทำซ้ำในแต่ละเฟรมของวิดีโอขึ้นไปอีก 10 เท่า ในขณะบันทึก ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เฟรมเรทขยับขึ้นไปได้ถึง 2,1000fps และ 1,200fps ตามลำดับ

แน่นอนว่างานนี้เป็นผลจากซอฟท์แวร์ อาจจะฟังดูํโกงไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ วิดีโอมีความสมูทมากขึ้น

สำหรับรุ่นที่รองรับลูกเล่นนี้ จะประกอบไปด้วย AQUOS Zeta, AQUOS Xx และ AQUOS Seriem ซึ่งจะเปิดตัวทีป่ระเทศญี่ปุ่นในเดือนหน้า ส่วนประเทศไทยน่าจะไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายครับ

 

 

ที่มา http://news.thaiware.com/6147.html